นับท้องแข็งยังไง: วัดอะไร และเมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาล
นับท้องแข็งยังไง ระยะห่างนับจากเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงเริ่มเจ็บครั้งถัดไป และจดว่าแต่ละครั้งนานเท่าไร เริ่มนับเมื่อไร จดอะไร และเมื่อไรควรโทร
ความรู้
คำตอบสั้น ๆ ที่เข้าใจง่าย สำหรับคำถามที่มักเกิดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ทุกบทความบอกแหล่งที่มา และไม่มีบทความใดใช้แทนการปรึกษาคุณหมอหรือพยาบาลได้
หัวข้อที่ค้นหาบ่อย: ของเตรียมคลอด, อาการใกล้คลอด, เจ็บท้องเตือน (Braxton Hicks) เป็นยังไง และแยกจากเจ็บครรภ์จริงอย่างไร
ท้องแข็งเป็นเรื่องที่คุณแม่มีคำถามมากที่สุดในช่วงใกล้คลอด เป็นการเจ็บท้องคลอดจริงหรือแค่เจ็บท้องเตือน เจ็บแบบไหน นานเท่าไร และต้องห่างกันกี่นาทีจึงควรโทรหาโรงพยาบาล บทความในส่วนนี้ตอบคำถามเหล่านี้อย่างกระชับ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่าง NHS, ACOG และโรงพยาบาลรามาธิบดี
ตามข้อมูลของ Lamaze ผู้ดูแลการคลอดหลายแห่งใช้เกณฑ์ 5-1-1 คือโทรเมื่อท้องแข็งห่างกัน 5 นาที นานครั้งละ 1 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายว่าเจ็บท้องคลอดจริงจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่น จากทุก 15 นาทีเป็นทุก 5 ถึง 10 นาที และแนะนำให้รีบไปพบแพทย์เมื่อท้องแข็งไม่หายและมีแนวโน้มถี่ขึ้น แรงขึ้น ส่วน NHS แนะนำให้โทรทันทีถ้ามีน้ำเดิน มีเลือดออก หรือลูกดิ้นน้อยกว่าปกติ รวมถึงเมื่ออายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์แล้วคิดว่าเริ่มเจ็บท้องคลอด
การจับเวลาท้องแข็งคือการวัดสองอย่าง แต่ละครั้งนานเท่าไร นับจากเริ่มเจ็บจนหายเจ็บ และห่างกันกี่นาที นับจากเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงเริ่มเจ็บครั้งถัดไป ส่วนนี้อธิบายวิธีจับเวลา ความหมายของการเจ็บทุก 10, 7, 5 หรือ 3 นาที และค่าที่พบบ่อยในแต่ละระยะของการคลอด รวมถึงเกณฑ์ 5-1-1 และเวลาที่ควรไปโรงพยาบาล
นับท้องแข็งยังไง ระยะห่างนับจากเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงเริ่มเจ็บครั้งถัดไป และจดว่าแต่ละครั้งนานเท่าไร เริ่มนับเมื่อไร จดอะไร และเมื่อไรควรโทร
ท้องแข็งถี่ทุก 10, 7, 5 หรือ 3 นาที แต่ละแบบมักหมายความว่าอะไร ทำไมจังหวะที่คงที่สำคัญกว่าตัวเลขเดียว และเมื่อไรควรไปโรงพยาบาล
ท้องแข็งแบบไหนอันตราย ท้องแข็งถี่แค่ไหนควรไปโรงพยาบาล ทำไมท้องหลังควรไปเร็วกว่า และอาการใกล้คลอดที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ท้องแข็งนานแค่ไหนในแต่ละระยะ ช่วงแรก 15 ถึง 30 วินาที ช่วงท้ายนาน 60 ถึง 90 วินาที และคลอดลูกใช้เวลากี่ชั่วโมงในท้องแรกและท้องหลัง
ตารางจับเวลาท้องแข็ง ท้องแข็งห่างกันกี่นาทีและนานเท่าไรในแต่ละระยะของการคลอด เมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาล พร้อมแบบบันทึกท้องแข็งให้พิมพ์
แอพนับท้องแข็ง Contraction Timer วัดระยะห่างจากเริ่มถึงเริ่ม หาค่าเฉลี่ยของชั่วโมงที่ผ่านมา และตัดสินว่าเมื่อไรถึงเกณฑ์ 5-1-1
ท้องลด เจ็บท้องเตือน มูกเลือด น้ำเดิน หลายอาการบอกว่าใกล้คลอด แต่ไม่มีอาการไหนบอกวันคลอดได้แน่นอน ส่วนนี้อธิบายว่าท้องแข็งรู้สึกอย่างไร แยกเจ็บท้องจริงกับเจ็บท้องเตือนอย่างไร และอาการแบบไหนที่ต้องโทรหาโรงพยาบาลทันที
ท้องแข็งเป็นยังไง ช่วงแรกมักคล้ายปวดประจำเดือนหรือปวดหลังตื้อ ๆ แล้วค่อย ๆ แรงขึ้นเป็นระลอก อาการท้องแข็งในแต่ละช่วง ปวดหลังขณะคลอด และเมื่อไรควรโทร
เจ็บท้องเตือน (Braxton Hicks) เริ่มได้ตั้งแต่ไตรมาสที่สอง รู้สึกอย่างไร อะไรกระตุ้น ต่างจากเจ็บครรภ์จริงตรงไหน และวิธีสังเกตจังหวะท้องแข็งหนึ่งชั่วโมง
ท้องลดคือตอนที่ศีรษะลูกเคลื่อนลงไปในอุ้งเชิงกราน ท้องแรกมักเกิดราว 37 สัปดาห์ อาการท้องลดเป็นอย่างไร และท้องลดกี่วันคลอด
อาการใกล้คลอดช่วงแรก เช่น ท้องลด มูกปนเลือด และถ่ายเหลว อาการที่บอกว่าเริ่มคลอดจริงแล้ว และเมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาล พร้อมแหล่งข้อมูลไทยและต่างประเทศ
มูกเลือดใกล้คลอดและมูกใสใกล้คลอดหน้าตาแบบไหน ต่างจากตกขาวและน้ำเดินอย่างไร ออกแล้วกี่วันจึงคลอด และเมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาลหรือคุณหมอ
น้ำเดินเป็นยังไง แยกน้ำคร่ำจากฉี่หรือตกขาวอย่างไร น้ำคร่ำสีเขียวหรือสีอื่นหมายถึงอะไร และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
NHS แนะนำให้จัดกระเป๋าไปคลอดให้เสร็จอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนกำหนดคลอด รายการของเตรียมคลอดครอบคลุมตั้งแต่บัตรประชาชนและสมุดฝากครรภ์ ไปจนถึงเสื้อผ้าของคุณแม่ ลูก และคนที่ไปด้วย ติ๊กรายการที่จัดแล้วและพิมพ์ออกมาได้
ของเตรียมคลอดและเอกสารเตรียมคลอดที่ต้องใช้ จัดกระเป๋าเตรียมคลอดเมื่อไร ของใช้คุณแม่ ลูก และคนที่ไปด้วย พร้อมเช็กลิสต์ที่ติ๊กและพิมพ์ได้
Cleveland Clinic แบ่งการคลอดเป็นสามระยะ ระยะแรกปากมดลูกเปิด ระยะที่สองคือการเบ่งคลอด และระยะที่สามคือการคลอดรก บทความอธิบายแต่ละระยะ และระยะเวลาที่มักใช้ในท้องแรกและท้องหลัง
NST คืออะไร ตรวจ NST กี่สัปดาห์และนานแค่ไหน อ่านกราฟหัวใจลูกและกราฟท้องแข็งบนเครื่อง CTG อย่างไร ทำไมความสูงของกราฟบอกความแรงได้ไม่ดี และแอปทำอะไรไม่ได้
ระยะการคลอดทีละช่วง ตั้งแต่ระยะแฝง ระยะปากมดลูกเปิดเร็ว ช่วงเปลี่ยนผ่าน การเบ่งคลอด จนถึงการคลอดรก พร้อมระยะเวลาที่พบบ่อยจาก ACOG และ NICE และสิ่งที่ช่วยได้